
ผมใช้ Transport จาก Onkyo เป็นตัวทดสอบ โดยใช้ร่วมกับ DAC reference 5 จากค่าย Audio GD เป็นหลัก (เรียกเป็นหลักไม่ได้เพราะมีตัวเดียว 55) โดยฟังเสียงที่ได้จาก amp ROC ซึ่งเป็นแอมป์จากค่าย Audio GD เช่นกัน สายไฟต่าง ๆ ของ BlackSand ซึ่งมั่นใจได้ว่าโฟกัสความคมชัดนั้นจำติดหูแล้ว และแน่นอน ฟังด้วยหูฟัง Grado HF-2 ด้วยเช่นกัน
วูบแรกเลย การฟังสายดิจิตอลนั้น ผมว่าหาความแตกต่างยากเอาเรื่อง การสลับสายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แล้วมานั่งฟังเพลงทีละชุดๆละ 3 เพลง ต้องบอกว่าฟังแล้วเมาหมัดไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูกครับ ผมเลยเปลี่ยนวิธีใหม่ คือฟังเส้นละ 3 วัน และเป็นการเปิดทิ้งไว้ตลอด เรียกว่าเบิร์นกันข้ามวันข้ามคืน ว่างก็ฟังสายเส้นนั้นๆๆ ไปเรื่อยๆๆ
สัมผัสแรกของสาย Black Cat Veloce ที่ผมว่ามันคือจุดที่ฟังออกมากกว่าจุดอื่นก็คือ Blackness หรือความมืดของฉากหลังครับ สมกับคำว่าแมวดำว่างั้น เป็นสายแมวดำ แล้วจะให้ฟังสว่างโร่เหมือนแมวสีขาว หรืออีแมวเด็กแคชเชียร์ร้านเซเว่นข้างบ้านเห็นทีจะไม่ได้ 555 สาย Black Cat Veloce จุดเหนือชั้นก็คือความมืดนี่ล่ะ เรียกว่าฟังปุ๊บ ไม่มืดปั๊บ มาเตะนายมั่นคงได้เลย
ลำดับต่อไปคือ ความเป็นธรรมชาติ เป็นกลาง หรือโทน Neutral คือออกโทนเที่ยงตรง ไม่ไปเน้นเบสจนน่ารำคาญ หรือสร้างเสียงหลอกหูด้วยเบสที่แต่งมาบวมๆๆ หรือเติมแหลมบาดๆ หูในย่านปลายๆๆ ผมว่าฟังแว่บแรก เราตกใจว่าเฮ้ย ทำไมมันเหมือนจืดชืด เหมือนไม่ได้ให้อะไรเลยล่ะเนี่ย ในขณะสายดิจิตอลเส้นอื่นๆๆ ที่ผมร่วมทดสอบ โดยมากมักจะเจอสีสันก่อนทันทีหลังจากเสียบ โทนของสายทั่วไป ผมว่าจะได้ยินเสี้ยนสากจากปลายแหลมก่อนเพื่อน
จุดต่อไปคือโฟกัส และตำแหน่งของชิ้นดนตรีครับ อันนี้ฟังแรกๆๆ แยกยากเหมือนกัน คือสายดิจิตอลทั่วไป มักจะวางตำแหน่งตรงนี้ได้คล้ายๆๆ กัน ผมลองใช้สายมาตรฐานยอดนิยมเส้นหนึ่งเสียบไว้ หลังจากใช้ไปนานๆ แล้วสลับมาเปลี่ยนด้วยสาย Black Cat สิ่งที่จำได้ติดหู คือชิ้นดนตรีมันอยู่ห่างจากกัน ช่องระหว่างตัวโน๊ต ถ่างได้กว้างกว่า
อีกอย่างคือเรื่องไทม์มิ่งครับ ใครเคยฟังเพลงแล้วรู้สึกเหนื่อย หายใจ หายคอไม่ทันมั่ง ยกมือขึ้น !!! 555 นั่นเป็นเพราะไทม์มิ่งของเครื่องนั้นๆๆ ไม่เที่ยงตรง คือฟังแล้วจังหวะมันเร็ว รุกมากจนเหนื่อย และในบางซิสเต็มก็เฉื่อยกลายเป็นยายแก่ร้องเพลงยานคาง แต่ผมว่าความเที่ยงตรงเหล่านี้หาฟังได้จากสาย Black Cat
เอาล่ะ ไหนๆๆ ก็ฟังมาตั้งนานแล้ว ผมเสียบสาย Black Cat มาไว้เกินครึ่งเดือนติดต่อกัน ไหนลองถอดออกหน่อยซิ ว่าจะเป็นไงมั่ง......บอกได้เลยว่า หลังจากที่คุณถอดเจ้าแมวดำออก แล้วเอาสายอะไรก็ได้ยัดใส่ลงไปแทนที่ คุณอาจจะเกิดอาการรับไม่ได้กับสายที่เสียบเข้าไปใหม่ เพราะเท่าที่ผมลองเปลี่ยนทันทีหลังจากที่ใช้มานานๆๆ
ความฟุ้งมาก่อนเพื่อน ตามมาด้วยแหลมที่เสียงบาดซิบๆๆ เบาๆ ตรงปลายๆๆ แถมเบสที่ขาดความแน่น กระชับ ตึงผิวของหนังกลอง เรียกว่ามารู้ว่าดีหรือไม่ดีอีกทีแบบจะๆๆ ก็อีตอนถอดออกนี่ล่ะ แล้วฉากหลังที่มืดๆๆ ล่ะ เฮ้ย ตอนนี้มันไม่มืดแต่ดันกลายเป็นสลัวๆๆ ทำให้อรรถรสในการฟังลดทอนลงไปทันที
555 บางคนบอกเฮียโม้มากอีกแล้ว ว้าๆๆๆ อันนี้ไม่โม้ล่ะ อยากจะบอกว่า ถ้าเล่นมาถึงขั้นจะใช้สาย Coaxial กันแล้ว การจะมาประหยัดแบบ ฆ่าควายเสียดายไม้ตีพริก เห็นทีจะไม่ได้ เพราะใครที่ยอมทะเลาะกับเีมียเพื่อจะมาเล่น DAC ตัวละสองสามหมื่น คงไม่ควรเอาความสุขตัวเองไปแขวนกับสายดิจิตอลที่ไว้ใจไม่ค่อยได้ว่างั้น
สายดิจิตอลเส้นละ สามหมื่น ห้าหมื่น ดีไม๊ ผมตอบว่ามันน่าจะดีมากๆ อย่างแน่นอน แต่ถามว่าสายระดับนั้นต้องระดับใช้กับซิสเต็มระดับหลายๆ แสนขึ้น ส่วนสาย Black CAt คือสายที่สมน้ำสมเนื้อ และคุ้มค่ากับซิสเต็มที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่แน่นอน หากไม่เอามันแบกน้ำหนักกัดกับสายเกินหมื่น ผมเชื่อว่าชั่วโมงนี้หาตัวมาฟัดกับอีเหมียวตัวนี้ยากเอาเรื่องกันเลยเชียว....
แมวดำหรือแมวขาวขอใ้ห้จับหนูได้เป็นพอ...อันนั้นคือวาทะของ ท่านประธานเติ้งเสี่ยวผิง
แต่ผมว่าถ้าเป็นแมวดำที่ให้ฉากหลังเวทีที่ดำดุจผิวกายของมัน ผมว่าแมวดำน่าจะดีกว่าล่ะจ้า (โ้ว้ย ไม่้เห็นเกี่ยวกันเลย 55)
เมี้ยว เมี้ยว 555
สวัสดีครับ.....
(เจอกันกับ Review DAC reference 5 ไม่กี่วันนี้ครับ)